วันอาทิตย์ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2559

ใบงานที่ 2


Safari

Safari ซึ่งเป็น Browser สำหรับการเล่นอินเตอร์เน็ท  ซึ่งอาจจะแตกต่างไปจาก IE ที่เราคุ้นเคยบน Windows กันอยู่บ้าง


เมื่อเปิด Safari ขึ้นมาเราจะพบกับหน้าตาแบบในรูปด้านบน  ซึ่งตรงช่องเราจะสามารถพิมพ์ URL ของเว็บไซต์ที่เราต้องการเข้าแล้วกด GO เพื่อไปยังหน้าเว็บไซต์นั้นๆได้

นอกจากนี้เราสามารถใช้นิ้วปาดจากหน้าจอทางซ้ายไปขวาเพื่อ Back ไปยังหน้าก่อนหน้า และใช้นิ้วปาดจากฝั่งขวาไปซ้ายเพื่อ Next ไปหน้าถัดไปได้ครับ

การเปิดหน้าเว็บ Link
ปกติแล้วถ้าเรากด 1 ทีตรง Link ที่เชื่อมไปยังหน้าอื่นๆของเว็บไซต์  บราวเซอร์ Safari ก็จะพาเราไปยังหน้านั้นๆโดยอัตโนมัติทันที  แต่ถ้าเรากดตรง Link นั้นค้างไว้จะโผล่แถบเมนูมาให้เราเลือกเพิ่มเติม  ในที่นี้ Open คือการเปิดหน้า Link นั้นตามปกติ , Open in new tab คือการเปิด Link นั้นโดยขึ้น tab ใหม่ , Add to reading list คือการจัดเก็บหน้า Link นั้นไว้อ่านคราวหลัง  และ Copy จะเป็นการก๊อปปี้ URL ของ Link นั้นๆค่ะ

การเก็บหน้าเว็บไซต์ไว้อ่านทีหลัง
ในกรณีที่เราเปิดหน้าเว็บหน้าหนึ่งค้างไว้อยู่แล้วอยากเก็บไว้อ่านทีหลัง  เราสามารถกดตรงปุ่มลูกศรชี้ขึ้น  แล้วเลือก Add to reading list ได้  เมื่อจะมาอ่านย้อนหลังให้แตะปุ่มรูปหนังสือ  เว็บไซต์ที่เราเซฟไว้จะอยู่ใน tab รูปแว่นตาค่ะ

การใช้งานพจนานุกรมแปลคำศัพท์หน้าเว็บ
เวลาที่เปิดเว็บไซต์ภาษาอังกฤษแล้วเจอคำศัพท์คำไหนที่เราไม่ทราบความหมาย  เราสามารถค้นหาความหมายได้ตรงหน้าเว็บนั้นเลย  ด้วยการแตะที่คำนั้นค้างไว้  แล้วเลือก Define ก็จะแสดงความหมายคำศัพท์นั้นๆเป็นภาษาอังกฤษค่ะ

อ้างอิง
http://www.aripfan.com/ipad101-ch8-how-to-use-safari-part1/

และผมได้หามาเพิ่มจากอีกเว็บไซต์ครับ
เรามาดูกันเลย


1) เลื่อนขึ้นไปบนสุดอย่างรวดเร็ว



บางครั้งเรา Scroll ลงมาอ่านบทความ หรือกระทู้มาเยอะมาก แต่เราก็ขี้เกียด Scroll ขึ้นไปข้างบนสุด เราสามารถเลื่อนขึ้นไปบนสุดของเพจนั้นได้เพียงแค่แตะ แถว ๆ นาฬิกา 1 ครั้ง มันก็จะเลื่อนขึ้นไปข้างบนให้เพียงเสี้ยววินาที

2) เซฟรูปจากเว็บไซต์


บางครั้งเราอาจจะอยากเซฟรูปจากเว็บไซต์ต่าง ๆ มาเก็บไว้ใน Camera Roll ของเรา เราเพียงแค่กดค้างที่รูปที่เราต้องการ จากนั้น กด Save Image

3) การเคลื่อนย้ายตำแหน่ง Tab


การเลื่อนตำแหน่งของ Tab ใน Safari สามารถทำได้โดย กดค้างที่แท็บที่ต้องการย้าย จากนั้นเลื่อนขึ้นหรือลง แท็บก็จะถูกย้ายไปในตำแหน่งที่เราต้องการแล้ว

4) ปิดหน้าต่างที่ไม่ต้องการ


การปิดหน้าต่างที่เราไม่ต้องการแล้วทำได้ 2 วิธีด้วยกัน วิธีแรกก็คือ กด X มุมบนซ้ายของหน้าต่างนั้น หรือวิธีที่ 2 ก็คือ ลากหน้าต่างที่ไม่ต้องการไปซ้ายเลย เพียงเท่านี้ก็สามารถปิดแท็บที่ไม่ต้องการได้แล้ว

5) เปิด Reader View เพื่อให้อ่านง่ายขึ้น


Reader View เป็นฟีเจอร์เด็ด สำหรับนักอ่านตัวยง ซึ่งการเข้าโหมด Reader View นั้น Safari จะจัดหน้ากระดาษของหน้าเว็บ ๆ นั้น ให้อ่านได้สะดวก สบายตามากยิ่งขึ้น เพียงแค่กดสัญลักษณ์ด้านบนซ้ายมือตามภาพ ยิ่งไปกว่านั้นเรายังสามารถเพิ่มขนาดตัวอักษรให้ใหญ่ขึ้นหรือเล็กลง ตามที่เราต้องการได้อีกด้วย

6) เข้า Private Browsing Mode


Private Browsing Mode เป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์ที่มีประโยชน์ เมื่อเข้าเว็บไซต์ผ่านโหมดนี้ Safari จะไม่เก็บข้อมูลใด ๆ ทั้งสิ้น เช่น พาสเวิร์ด, ประวัติการเข้าใช้เว็บต่าง ๆ (History) หรือแม้กระทั่งข้อมูลที่เป็น AutoFill เหมาะกับการเข้าเว็บที่ต้องใช้ความปลอดภัยสูง เป็นต้น

7) ลบ iCloud Tab ที่ไม่ต้องการ


การลบ iCloud Tab ที่เราไม่ต้องการนั้นก็สามารถทำได้ง่าย ๆ เพียงปาดนิ้วไปทางซ้าย จากนั้นกดปุ่ม Delete ส่วนใครที่อยากอ่านการวิธีใช้ฟีเจอร์ iCloud Tab นี้แบบละเอียด สามารถตามไปอ่านได้ที่นี่

8) แตะเพื่อแสดง Toolbar


เมื่อเรา Scroll หน้าเว็บลงไปอ่าน บทความหรือกระทู้ บางที Toolbar ด้านล่างก็จะหายไป วิธีเรียก Toolbar กลับคืนมามี 2 วิธีด้วยกัน วิธีแรกก็คือ แตะบริเวณด้านล่างของจำ 1 ครั้ง หรือให้เรา Scroll หน้าเว็บนั้นขึ้นเล็กน้อย Toolbar ก็จะโผล่มาให้เราใช้งานแล้ว

9) เข้าเว็บแบบ Desktop Site

เมื่อเราเข้าเว็บผ่านไอโฟน บางครั้งเว็บนั้นก็จะเข้าเว็บแบบ Mobile ให้ซึ่งอาจจะทำให้ปุ่มหรือลิงค์บางอย่างหายไป วิธีแก้ก็คือให้เข้าโหมด Desktop Site หน้าตาเว็บไซต์ก็จะเหมือนที่เราเปิดบนคอมพิวเตอร์ทุกอย่าง ตัวอย่างเช่นเว็บของ Facebook

10) เปิด History ของ Tab นั้น

บางครั้งเราอาจจะกดลิงค์ในหน้าต่างนั้นไปเรื่อย ๆ จนหาหน้าหลักไม่เจอ และการกดเข้าไปดูหน้า History ก็ยากเย็นเหลือเกิน และวิธีการเปิดดู History ของ Tab นั้น ๆ แบบรวดเร็ว นั่นก็คือ ให้กดค้างที่ลูกศร Back หรือ Forward จากนั้นลิงค์ทั้งหมดที่เราเคยเปิดในหน้าต่างนั้นก็จะขึ้นมาทั้งหมดให้เราเลือก

นี่คือ 10 เทคนิคการใช้ Safari บน iPhone, iPad หรือ iPod touch ที่คุณอาจจะยังไม่เคยรู้ และสามารถติดตามเทคนิคดี ๆ แบบนี้ได้ที่เว็บ MacThai.com

ที่มา – iMore

เรียบเรียงโดย
ทีมงาน MacThai
อ้างอิง http://www.macthai.com/2015/09/06/10-tips-to-use-safari-on-ios/

ผมนายภานุพงษ์ อ่ำโพธิ์ ต้องขอขอบคุณแหล่งค้นหาข้อมูล แหล่งอ้างอิงดังที่กล่าวมาด้วยครับ ถ้ามีสิ่งผิดพลาดประการใดก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยครับ
ปล.เหตุที่ไม่มีรูปประกอบเพราะผมกลัวเรื่องลิขสิทธิ์ กฎหมายสมัยนี้เขาเอาจริง -0-
ภานุพงษ์  อ่ำโพธิ์

วันอาทิตย์ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2559

ใบงาน 1


ใบงานที่ 1 เรื่อง Internet & Web Browser
ให้นักเรียน ปฏิบัติงานทำใบงานที่ 1 ตอบคำถามต่อไปนี้


1. อินเทอร์เน็ต หมายถึงอะไร ?

ตอบ อินเตอร์เน็ต (Internet) นั้นย่อมาจากคำว่า “International network” หรือ “Inter Connection network” ซึ่งหมายถึง เครือข่ายคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ที่เชื่อมโยงเครือข่ายคอมพิวเตอร์ทั่วโลกเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อให้เกิดการสื่อสาร และการแลกเปลี่ยนข้อมูลร่วมกัน โดยอาศัยตัวเชื่อมเครือข่ายภายใต้มาตรฐานการเชื่อมโยงเดียวกัน นั่นก็คือ TCP/IP Protocol ซึ่งเป็นข้อกำหนดวิธีการติดต่อสื่อสารระหว่างคอมพิวเตอร์ในระบบเครือข่าย ซึ่งโปรโตคอลนี้จะช่วยให้คอมพิวเตอร์ที่มีฮาร์ดแวร์ที่แตกต่างกันสามารถติดต่อถึงกันได้


ที่มา http://computer.bcnnv.ac.th/hnwy-kar-reiyn-ru2


2. Web Browser หมายถึงอะไร ?

ตอบ เว็บเบราว์เซอร์ (web browser) เบราว์เซอร์ หรือ โปรแกรมเรียกดูเว็บไซต์ คือโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ที่ผู้ใช้สามารถดูข้อมูลและโต้ตอบกับข้อมูลสารสนเทศที่จัดเก็บในหน้าเวบที่สร้างด้วยภาษาเฉพาะ เช่น ภาษาเอชทีเอ็มแอล (html) พีเอชพี (php) ที่จัดเก็บไว้ที่ระบบบริการเว็บหรือเว็บเซิร์ฟเวอร์ หรือระบบคลังข้อมูลอื่นๆ โดยโปรแกรมค้นดูเว็บเปรียบเสมือนเครื่องมือในการติดต่อกับเครือข่ายคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ที่เรียกว่าเวิลด์ไวด์เว็บ (www)

ที่มา http://it.travel2mukdahan.com/2013/04/web-browser.html

3. ตัวอย่าง Web Browser จำนวน 5 โปรแกรม
พร้อมรูปประกอบ + ข้อมูลเกี่ยวกับโปรแกรม


ตอบ 1. Firefox


คือ หลาย ๆ คนที่เล่นเน็ทเป็นเปิดเว็บไซท์เป็นคงจะรู้จักกับคำว่าเว็บบราวเซอร์ หรือโปรแกรมท่องเว็บ ส่วนใหญ่แล้วเราคงจะรู้จักกันแต่ Internet Explorer ของ Microsoft จอมผูกขาด คุณรู้หรือเปล่าว่า IE ที่คุณใช้อยู่นั้น ณ เวลาปัจจุบันมันไม่ปลอดภัยเอาเสียเลย เพราะว่าทางทีมงานเค้าไม่ได้พัฒนามานานแล้ว ฉะนั้นเรื่องความปลอดภัยไม่ต้องถามหา ซึ่ง Firefox นั้นเป็นอินเทอร์เน็ทบราวเซอร์ตัวใหม่ที่จะเข้ามาแข่งกับ IE < Internet Explorer> นำทีมสร้างโดย Mozilla โดยมีนักพัฒนาต่อยอดอยู่ทั่วทุกมุมโลก คุณสมบัติของ Firefox ที่เด่นกว่า IE คือ โปรแกรมมีขนาดเล็กกว่าทำให้การโหลดข้อมูล ทางหน้าเว็บเพจทำได้รวดเร็ว ใช้งานได้สะดวก แท็บด้านบนทำให้ทำให้เข้าได้หลายเว็บไซด์พร้อมๆกันโดยไม่ต้องเปิด window ใหม่ อีกทั้งยังมีการอำนวยความสะดวกแก่นักท่องอินเทอร์เน็ต เช่น เมนูของ Google สำหรับการค้นหาข้อมูล



2. Opera






เป็นเบราว์เซอร์จากนอร์เวย์โดยมีประสิทธิภาพการทำงานที่ดีเยี่ยมและเชื่อถือได้ตั้งแต่สงครามเบราว์เซอร์ล่าสุดกับ Microsoft หลังจากที่แข่งขันได้ Opera ในช่วงอาชีพของส่วนใหญ่ของพื้นที่ฝัง, เช่นถนนโทรศัพท์มือถือขี่หมาป่าและกระตือรือร้น counter – พอใจเปิดตัวในระบบเดสก์ทอป






3. Safari







จากข้อมูลของทาง Apple.com ก็ได้กล่าวถึงโปรแกรม Safari ว่าเป็นโปรแกรมท่องเว็บไซต์ที่เร็วที่สุด โดยเปรียบเทียบกับ Browser อื่น เช่น Firefox หรือ Internet Explorer แต่ก็เป็นข้อมูลจากทาง Apple.com ซึ่งก็ขอให้ผู้อ่านฟังหูไว้หู อย่าเชื่อข้อมูลของทาง Apple.com มากนัก และจากประสบการณ์ที่ผู้เขียนใช้งานมาทั้ง Safari Firefox และ Internet Explorer ในความรู้สึกส่วนตัวเห็นว่า Safari เองเร็วกว่า Internet Explorer อย่างเห็นได้ชัด แต่ต่างกับ Firefox เล็กน้อย โดยขั้นตอนการโหลดเว็บของ Safari จะกระตุกสักครู่แล้วมาหมดทีเดียวทั้งหน้าเลย ต่างจาก Firefox ที่จะมีกรอบเหลี่ยมๆ ก่อนแล้วแต่ละส่วนค่อยๆ โหลดมา ซึ่งก็เป็นเรื่องธรรมดาเพราะเทคนิคการเขียนโปรแกรมนั้นแตกต่างกัน


4. Crazy Browser







คือ"หน้ากาก"ครอบ IE ลงไปอีกทีหนึ่ง แล้วก็เพิ่มความสามารถต่างๆเข้ามา เพื่อให้การใช้เข้าดูเว็บต่างๆนั้น สะดวกและปลอดภัยมากขึ้น เรามาดูคุณสมบัติคร่าวๆดังนี้

1. ติดตั้งได้กับทุกวินโดวส์ ตั้งแต่ 95 จนถึง 2003 ข้อแม้อย่างเดียวคือ ต้องมี IE อยู่ก่อนเท่านั้น
2. บล็อคพวก Popup โฆษณาต่างๆได้ และยังสามารถเพิ่มรายชื่อได้เองอีกด้วย
3. ในขณะที่ IE นั้น การเปิดหน้าใหม่จากการคลิกลิ้งก์ต่างๆ จะแยกเปิดเป็นตัวๆ บางทีก็เกลื่อนจอ แต่ตัวนี้จะเปิดหน้าใหม่ในลักษณะ Tab เหมือนๆกับโปรแกรม Excel จึงเป็นระเบียบเรียบร้อยกว่า
4. สามารถตั้งค่าให้เปิดเป็นกลุ่มได้ เช่นคลิกครั้งเดียว เปิดหนังสือพิมพ์ 5 ฉบับเลย เป็นต้น
5. เวลาเลิกใช้งาน สามารถล้าง URL ที่เราเคยพิมพ์เข้าไปได้โดยอัตโนมัติ
6. สมมติว่าเปิดไว้ 20 เว็บพร้อมๆกัน สามารถยกถ้วยกาแฟพร้อมกับจับปาท่องโก๋ไว้อีกมือ ให้โปรแกรมเลื่อนไปให้ดูทีละเว็บๆแบบสไล้ด์โชว์
7. สำหรับคนชอบอะไรสั้นๆ สามารถพิมพ์เฉพาะชื่อเว็บ เช่น pantip แล้วกด Ctrl+Enter
8. มีช่อง Search ให้พิมพ์ค้นหาคำจากที่อื่นๆได้อีก



5. Maxthon Browser








Maxthon เป็นเบราว์เซอร์ถูกดาวน์โหลด มากกว่า 463 ล้านครั้ง (ซึ่งสามารถดูได้จากหน้าเว็บของ Maxthon เลย) Maxthon (เดิมใช้ชื่อ MyIE2) เป็นเบราว์เชอร์ที่มีความแข็งเกร่ง มีพวกปลั๊กอินให้เราเลือกมากกว่า 1,400 ปลั๊กอินที่ทำให้เราสามารถใช้ Maxthon ได้อย่างสะดวกสบาย และยังมีสกินที่สวยๆให้เราเลือกปรับแต่งใช้งาน Maxthon ให้สวยหรูได้อีกด้วย




6. Google chrome








คือ เว็บเบราว์เซอร์ใหม่สำหรับ Windows ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาโดยทาง Google เอง และเป็นเบราว์เซอร์ที่รวมการออกแบบที่เรียบง่ายเข้ากับเทคโนโลยีที่ซับซ้อนเพื่อทำให้เว็บรวดเร็วขึ้น ปลอดภัยขึ้น และใช้งานง่ายขึ้น รายละเอียดบางส่วนของ Google Chrome ค้นหาจากแถบที่อยู่ พิมพ์ในแถบที่อยู่ และรับคำแนะนำสำหรับทั้งหน้าการค้นหาและหน้าเว็บ ภาพขนาดเล็กของเว็บไซต์โปรดของคุณ เข้าถึงหน้าเว็บโปรดของคุณได้ทันทีอย่างรวดเร็วจากแท็บใหม่ใดๆ ก็ตาม การเรียกดูส่วนตัว เปิดหน้าต่างที่ไม่ระบุตัวตนเมื่อคุณไม่ต้องการบันทึกไว้ในประวัติการเรียกดูของคุณ



ที่มา https://www.gotoknow.org/posts/409181